การปฏิบัติตนของนักศึกษาฝึกงานหญิง

พิมพ์ PDF

 

การปฏิบัติตนของนักศึกษาฝึกงานหญิง
เรื่อง : ภาพประกอบ  นางสาวพิมพร  ศะริจันทร์ (2 เมษายน 2555)
อ่านเจอบทความหนึ่งเรื่อง การล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน (sex harassment) กลุ่มของอาชีพหรือตำแหน่งงานที่มีโอกาสเจอเรื่องเหล่านี้ หนึ่งในนั้นก็คือ นักศึกษาฝึกงาน นอกเหนือจากนี้ก็มี เลขานุการ พนักงานออฟฟิศ แอร์โฮสเตส พริตตี้ พนักงานเชียรเบียร์ เป็นต้น
ปัจจุบันสถาบันการศึกษาต่าง ๆ จัดให้มีการฝึกงาน ฝึกประสบการณ์ ฝึกวิชาชีพหรือใช้ชื่ออื่นที่เกี่ยวข้องกับการออกไปฝึกงานนอกสถานศึกษา สำหรับการจัดการเรียนการสอนสายอาชีพ ทั้งระดับ ปวช. และ ปวส. ถูกกำหนดไว้ในระเบียบการจัดการฯ ให้นักเรียนนักศึกษาทั้งสองระดับต้องฝึกงาน รวมถึงสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งหลายสาขาก็กำหนดให้นักศึกษาฝึกงานเช่นเดียวกัน
นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่
ดังนั้น ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ จะพบเห็นนักศึกษาฝึกงานอยู่ในสถานประกอบการ สำนักงานของหน่วยงานทั้งภาคเอกชนและรัฐบาล  ส่วนใหญ่สถานประกอบการจะมอบหมายให้นักศึกษาฝึกงานหญิงปฏิบัติงานในสำนักงาน เป็นผู้ช่วยทำงานในหน้าที่ธุรการ  สารบรรณ  การเงินและบัญชี การฝึกการขายหรือการตลาด ยกเว้นนักเรียนนักศึกษาทวิภาคี (สอศ.) จะแยกฝึกเฉพาะสาขางานหรือบางสาขาที่เฉพาะเจาะจงในอาชีพเช่น งานโรงแรม ท่องเที่ยว อาหาร ตัดเย็บเสื้อผ้าอุตสาหกรรม ฯลฯ ก็จะอยู่ตามสายงานนั้น ๆ
งานสำนักงานจะเป็นงานเกี่ยวข้องกับเอกสาร งานอำนวยความสะดวกและประสานกับฝ่ายต่าง ๆ งานไม่ก่อกำไรโดยตรงจากการปฏิบัติงานและจะเป็นงานแทรกอยู่กับทุกฝ่าย เมื่อสถานประกอบการรับนักศึกษาเข้าฝึกงาน งานสำนักงานจึงเป็นด่านแรกที่ผู้ประกอบการมองอยู่ ยิ่งเป็นนักศึกษาหญิง โดยรวมก็มักจะคิดกันว่า ทักษะการติดต่อสื่อสารด้วยภาษาพูดควรยกให้หญิงมากกว่าชายอย่างแน่นอน  ฉะนั้น เมื่องานสำนักงานแทรกอยู่กับทุกฝ่าย นักศึกษาฝึกงานหญิงจึงต้องได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ช่วยฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กรณีฝ่ายนั้น ๆ มีผู้หญิงบ้างก็เป็นที่อุ่นใจได้กว่ามีพนักงานชายล้วน ในที่นี้ไม่ได้โทษฝ่ายชายแต่ประการใดแต่มองในด้านการปรับตัวของนักศึกษาบางคนก็ต้องใช้เวลาสักช่วงหนึ่ง โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาทางสายอาชีพ ซึ่งในชั้นเรียนจะประกอบไปด้วยหญิงมากกว่าชาย
เหตุการณ์ sex harassment นั้นเกิดขึ้นได้ทั้งหญิงและชาย แต่ในที่นี้จะขอมุ่งประเด็นนักศึกษาหญิงก่อนก็แล้วกัน  ให้พิจารณาโอกาสจะเกิดเหตุการณ์นั้น  วิธีการป้องกันหรือเลี่ยงเหตุการณ์เหล่านี้อย่างไร มาติดตามกันตามหัวข้อดังนี้

นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
การแต่งกาย มักเป็นหัวข้อแรก ๆ ที่ทุกฝ่ายมอง ทุกฝ่ายก็มี ครูผู้สอน ครูที่ปรึกษา ครูฝ่ายแนะแนว ครูฝ่ายปกครอง ผู้บริหาร ผู้ปกครอง ผู้ควบคุมการฝึก ครูฝึก เจ้าของสถานประกอบการ เป็นต้น การแต่งกายไม่ได้เป็นการบ่งบอกลักษณะที่แท้จริงของคน ๆ นั้นเสมอไป หลายครั้งเสื้อผ้าขนาดแบบสีเดียวกันเมื่อไปประกอบอยู่ในร่างกายของแต่ละคน ก็อาจจะถูกมองในแง่ต่างกันออกไปเช่น เรียบร้อย สุภาพ เซ็กซี่ชวนมอง เท่ ฯลฯ  จะมีวิธีการอย่างไรให้สังคมโดยรวมมองแบบกลาง ๆ ไม่บวกหรือลบ ทางออกก็น่าจะเป็นเครื่องแบบนักศึกษา เป็นยันต์กันได้ระดับหนึ่ง ดังนั้นก่อนออกฝึกงานนักศึกษาจะต้องได้รับการปฐมนิเทศในเรื่องการแต่งกาย เครื่องแบบที่ถูกตามระเบียบ กระโปรงยาวเกินไปก็ดูรุ่มร่าม บดบังบุคลิกภาพความเป็นนักศึกษา สั้นเกินไปก็เป็นเป้ากับทุกสายตา จะนั่งและก้มก็ต้องคอยระมัดระวังตัวแจ เลยเถิดให้บางคนคิดว่า ชอบโชว์ ชอบยั่วยวน ดังนั้น ความพอดีกับกฎระเบียบมักต้องไปด้วยกัน  เสื้อ ไม่คับติ้ว เป็นไซต์ 0 ไอจามทีกระดุมหลุดหรือเน้นสัดส่วนความโค้งนูนให้เห็นเด่นชัด ชายเสื้อสั้นหลุดจากขอบกระโปรงจะก้มจะโค้งก็เห็นแนวขอบเอวปรากฏแก่ทุกสายตา  บังเอิญการฝึกงานบ้านเราเป็นช่วงฤดูร้อน กลับกันถ้าเป็นฤดูหนาว ก็คงไม่ต้องมาคอยติติงเรื่องเสื้อกันอีก การแต่งหน้า ควรจะเป็นข้อห้ามสำหรับนักเรียนนักศึกษาสายอาชีพ ซึ่งคำว่า ผัดหน้าทาแป้งกับ การแต่งหน้า เป็นคนละความหมายกัน ทรงผม ผมยาวก็รวบผูกโบว์ให้เรียบร้อย ผมสั้นก็หวีให้เรียบ  ผมซอยเป็นทรงเรียบ ๆ อย่าชี้โด่ชี้เด่เช่นดาราเกาหลี เล็บ ตัดให้สั้นไม่ควรไว้เล็บยาวทาสีสะดุดตาหรือแต่งเล็บแบบแฟชั่น ซึ่งไม่เหมาะกับบทบาทของนักศึกษาฝึกงานแล้วยังทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เพราะงานสำนักงานเกี่ยวข้องกับเอกสารจะต้องฝึกพิมพ์สัมผัส ไว้เล็บยาวก็มีส่วนทำให้พิมพ์ผิดและพิมพ์ช้าได้
บุคลิกภาพ เป็นพฤติกรรมของแต่ละบุคคลที่แสดงออกมาแตกต่างกันในการทำงานหรืออารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใน การแสดงบุคลิกในสำนักงานจะต้องควบคุมตนเอง เพราะขณะอยู่ในชั้นเรียน กับกลุ่มเพื่อน ผู้ปกครอง คนแปลกหน้าและสำนักงาน แต่ละสถานการณ์จะแตกต่างกัน ทำไมเราจึงสังเกตได้ว่า คนนี้ดูร่าเริง แจ่มใสเป็นมิตร  คนนั้นดูเรียบร้อย สุภาพ เงียบ ๆ  คนโน้นดูเคร่งขรึม น่านับถือ  นักศึกษาฝึกงานควรจะหลุดจากคำว่า  สนุกสนาน เฮฮา คุ้นเคยกับทุกคนไปทั่วในช่วงเวลาฝึกงาน มาฝึกงาน 2-3 วัน คนรู้กันทั้งบาง (ขนาดใหญ่) ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่ยิ้ม ใครทักทายแล้วไม่ตอบ ไม่มีปฏิกิริยา กลัวไปหมด อันนี้ก็ไม่ถูกอีกเช่นกัน การชักชวนเพื่อกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งนอกเหนือจากการปฏิบัติงานฯ บ่อยครั้งก็เกิดจากความคุ้นเคย ชอบเฮฮา พาไปกินเที่ยวเลยเถิดไปต่อไหนถึงไหนได้
เวลาปฏิบัติงาน  ช่วงเวลาการฝึกงานนั้น สถานศึกษาจะตกลงเบื้องต้นหรือชี้แจงให้กับสถานประกอบการ ให้ปฏิบัติตามเวลาปกติ คือหน่วยงานราชการ ช่วง 8.30-16.30 น. เอกชน เริ่มที่ 9.00-17.00 น. หรือแตกต่างกันเล็กน้อย การเพิ่มวันหรือช่วงเวลาฝึกก็จะต้องรับทราบร่วมกันระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ เพราะข้อมูลเหล่านี้สถานศึกษาจะต้องแจ้งนักศึกษาทราบ พร้อมยินยอมจะฝึกงานตามช่วงวันเวลา ก่อนเข้าไปในสถานประกอบการ  เมื่อปฏิบัติงานตามเวลาปกติถึงเวลาเลิกงานจะต้องอนุญาตให้กลับ การกักหรือหน่วงเหนี่ยวไว้ให้ทำงานต่อทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อตัวนักศึกษาฝึกงานนั้นคือ อยู่ทำงานเพียงลำพังกับใคร  ระยะทางไกล เปลี่ยวและยานพาหนะในการเดินทางมีจำกัด  มีการบอกกล่าวล่วงหน้าเพื่อให้นักศึกษาเตรียมตัวและวางแผนเพียงใด  ส่อเจตนาให้มีอุปสรรคเพื่อใช้เป็นโอกาสอยู่ใกล้กับนักศึกษาหรือไม่  เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่าง อาจจะไม่ได้เป็นเจตนาของใครหรือเป็นช่วงฉุกเฉิน ซึ่งทางสถานประกอบการก็ควรแจ้งให้นักศึกษาได้ทราบเพื่อเตรียมความพร้อม แล้วทำให้นักศึกษาและผู้ปกครองเกิดความมั่นใจ
ผู้ควบคุมการฝึกครูฝึกหรือหัวหน้า วันแรก ๆ ของการฝึกงานจะได้รับการแนะนำให้รู้จักกลุ่มบุคคลเหล่านี้ เมื่อเกิดปัญหา sex harassment จะต้องแจ้งให้บุคคลเหล่านี้ช่วยแก้ไขปัญหาและให้ครูที่ปรึกษารับทราบช่วยแก้ไขด้วยหากปัญหานั้นไม่ยุติ หมายเลขโทรศัพท์ของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ควรบันทึกไว้เพื่อติดต่อขณะฝึกงาน กรณีเหล่านี้จะยกเว้นทันที ถ้านักศึกษาฝึกงานสมยอม จึงมีเหตุการณ์ตัวอย่าง  สถานประกอบการไม่รับนักศึกษาฝึกงานหญิง  ไม่รับนักศึกษาของสถานศึกษาแห่งนั้น เลี่ยงบางแผนกวิชาสาขาวิชาของสถาบันแห่งนั้น  ปฏิเสธให้ความร่วมมือด้านอื่น ๆ กับสถานศึกษา เป็นต้น
ห้องทำงานหรือห้องฝึกงาน สถานประกอบการที่ตกลงทำความร่วมมือกับสถานศึกษาในการรับนักศึกษาฝึกงาน ณ ปัจจุบัน จะเป็นสถานประกอบการซึ่งเคยรับนักศึกษาฝึกงานเป็นประจำอยู่แล้ว จึงมีแนวปฏิบัติไม่แตกต่างจากการรับนักศึกษาฝึกงานรุ่นก่อน ๆ  นักศึกษาเหล่านี้ก็จะมีพื้นที่ทำงานอยู่ในบริเวณเดียวกันหรือใกล้เคียงกับพนักงานคนอื่น เพราะสถานประกอบการก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ขององค์กรด้วยเช่นกัน ฉะนั้น แนวทางปฏิบัติกับนักศึกษาฝึกงานก็คงต้องมีการพูดคุยเป็นหัวข้อประชุมแจ้งให้ทุกคนในองค์กรได้ทราบและถือปฏิบัติ  การจะนำนักศึกษาฝึกงานหญิงซึ่งอยู่ในภาวะปฏิเสธยาก  ให้ปฏิบัติงานตามลำพังในห้องปิดบังมิดชิดหรือในสถานที่เสี่ยงก่อให้โอกาสกระทำมิดีมิร้ายของพนักงานบางคน หรือเกิดภัยอันตรายทางด้านร่างกายและจิตใจ ก็น่าจะเป็นหลักข้อห้ามเบื้องต้นให้กับสถานศึกษาที่ลงนามร่วมกันมายาวนาน
การเกิดปัญหา sex harassment นั้นจะสร้างความอับอาย มัวหมอง ให้กับทุกฝ่ายทั้งตัวนักศึกษาฝึกงาน บุคคลที่เกี่ยวข้อง สถานประกอบการและสถานศึกษา แม้ว่าบางครั้งจะได้รับการพิสูจน์ความจริงว่าไม่ได้เป็นเหมือนข่าวเผยแพร่ออกมา ดังนั้น การเตรียมตัวหรือมีข้อมูลไว้ก่อน รู้ทางหนีทีไล่ก็จะทำให้เรื่องราวเหล่านั้นไม่เกิดหรือเมื่อเกิดก็รู้ลู่ทางปฏิบัติ ทั้งฟากสถานศึกษาและสถานประกอบการ
นางสาวพิมพร  ศะริจันทร์ เขียนวันที่ 28 มีนาคม 2555
พบนักศึกษาฝึกงานในสำนักงานต่าง ๆ ช่วงเดือนมีนาคม
การนำข้อความไปตีพิมพ์ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียนเท่านั้น
อีเมล  อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน ผลงานและสิ่งพิมพ์ของผู้เขียน  http://pr.nsdv.go.th/